livertree61 – https://thanaidee.com/คดีครอบครัว/
คำถามที่ว่า ฟ้องหย่า เรียกค่าเสียหายได้ไหม เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยเมื่อความสัมพันธ์ถึงทางตัน คำตอบคือเรียกได้ แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่ฟ้องหย่าแล้วจะได้ค่าทดแทน เพราะกฎหมายผูกสิทธิเรียกค่าทดแทนไว้กับเหตุหย่าบางประเภทเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ระบุว่าศาลต้องพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) เสียก่อน คู่สมรสจึงจะมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายและจากผู้ที่เป็นเหตุแห่งการหย่าได้ บทความนี้จึงสรุปเป็นเช็กลิสต์ให้เห็นว่ากรณีใดเข้าเงื่อนไข และศาลดูอะไรบ้างตอนกำหนดจำนวน หากต้องการภาพรวมของคดีลักษณะนี้ดูเพิ่มได้ที่ thanaidee.com/คดีครอบครัว/ ฟ้องหย่า เรียกค่าเสียหายได้ไหม ถ้าเหตุหย่าไม่ใช่มูลเหตุเรื่องชู้?ไม่ได้ หากเหตุหย่าไม่ได้มาจากกรณีตามมาตรา 1523 สิทธิเรียกค่าทดแทนจะไม่เกิดขึ้น เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดว่าเหตุหย่าที่จะเรียกค่าทดแทนได้คือกรณีตามมาตรา 1516 (1) ซึ่งเกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้ มีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ กรณีอื่นเช่นการทำร้ายร่างกายหรือทิ้งร้าง แม้ฟ้องหย่าได้แต่ไม่ใช่ฐานสำหรับเรียกค่าทดแทนหลายคนเข้าใจผิดว่าฟ้องหย่าแล้วขอค่าเสียหายได้ทุกเรื่อง ความจริงต้องแยกให้ออกระหว่างค่าทดแทนตามมาตรา 1523 กับค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ซึ่งเป็นคนละฐานกันโดยสิ้นเชิง สิทธิทั้งสองอย่างจึงไม่ได้มาพร้อมกันโดยอัตโนมัติในทุกคดี ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงของตัวเองเข้าข่ายฐานใด ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจยื่นฟ้อง เพราะการเลือกฐานที่ผิดอาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น รายละเอียดเบื้องต้นดูได้จาก thanaidee.com/ กรณีใดบ้างที่ถือว่าเป็นเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)มาตรา 1516 (1) ครอบคลุมหลายลักษณะ คือการที่คู่สมรสไปอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส การเป็นชู้หรือมีชู้ และการร่วมประเวณีหรือกระทำเพื่อสนองความใคร่กับผู้อื่นเป็นอาจิณ คำสำคัญคือต้องมีพฤติกรรมในทำนองชู้สาวกับบุคคลที่สาม ไม่ใช่แค่สนิทสนมหรือคุยกันมากกว่าปกติการพิสูจน์จึงต้องอาศัยพยานหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว เช่น ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หรือพยานบุคคลที่เห็นพฤติการณ์ร่วมกัน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมเข้าข่าย ก็จะฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุนี้และขอค่าทดแทนไปพร้อมกันได้เรียกค่าทดแทนจากใครได้บ้างตามมาตรา 1523 คู่สมรสที่ฟ้องหย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) มีสิทธิเรียกค่าทดแทนได้จากสองฝ่าย คือจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง และจากผู้ที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ที่เป็นเหตุแห่งการหย่านั้น นอกจากนี้ยังอาจเรียกจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายไปในทำนองชู้ หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้กับคู่สมรสได้ด้วยแต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ ถ้าคู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องหย่านั้นยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมดังกล่าว จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ เพราะกฎหมายถือว่าฝ่ายนั้นไม่ได้เสียหายจากการถูกหลอกหรือถูกทำให้เสื่อมเสียแต่อย่างใดถ้ารู้เรื่องชู้มานานแล้ว ยังฟ้องเรียกค่าทดแทนได้อยู่หรือไม่อาจหมดสิทธิได้ เพราะมาตรา 1529 กำหนดว่าสิทธิฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือสิทธิตามมาตรา 1523 จะระงับไปเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง ดังนั้นหากรู้เรื่องมานานเกินหนึ่งปีโดยไม่ได้ฟ้อง สิทธิอาจขาดไปแล้วการนับเวลาเริ่มจากวันที่รู้หรือควรรู้ความจริง ไม่ใช่วันที่เกิดเหตุ จึงควรบันทึกวันที่ที่รู้เรื่องไว้ให้ชัดเจน เพราะมีผลโดยตรงต่ออายุของสิทธิในการฟ้องคดีค่าทดแทนที่ศาลกำหนดขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรกฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนตายตัวไว้ ศาลมีดุลพินิจกำหนดตามพฤติการณ์แห่งกรณี โดยพิจารณาจากความร้ายแรงของพฤติกรรม ระยะเวลาที่ความสัมพันธ์นั้นดำเนินมา และผลกระทบต่อคู่สมรสที่เสียหาย ทั้งนี้การกำหนดจำนวนเป็นเรื่องเฉพาะคดี ไม่มีสูตรสำเร็จว่าศาลมักให้เท่าไรสิ่งที่พอจะคาดการณ์ได้คือศาลจะดูความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีเป็นหลัก จึงไม่ควรคาดหวังตัวเลขที่แน่นอนล่วงหน้า และควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางในคดีของตัวเองระหว่างคดีฟ้องหย่า ขอให้ศาลสั่งเรื่องค่าเลี้ยงดูชั่วคราวได้ไหมได้ ตามมาตรา 1530 ระหว่างคดีฟ้องหย่า ถ้าฝ่ายใดร้องขอ ศาลอาจมีคำสั่งชั่วคราวในเรื่องสินสมรส ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส และการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ คำสั่งนี้เป็นมาตรการระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนระหว่างการดำเนินคดีการขอคำสั่งชั่วคราวจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ความมั่นคงของครอบครัวไม่สะดุดระหว่างรอคำพิพากษา โดยเฉพาะเรื่องที่พักและค่าเลี้ยงดูบุตรที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนค่าเลี้ยงดูบุตรและอำนาจปกครองบุตรกำหนดอย่างไรเมื่อฟ้องหย่าตามมาตรา 1520 ถ้าหย่าโดยคำพิพากษา ศาลที่พิจารณาคดีหย่าจะเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องอำนาจปกครองบุตร โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรตามมาตรา 1522 ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้หรือสัญญาหย่าไม่ได้กำหนด ให้ศาลเป็นผู้กำหนดหลักในการกำหนดค่าเลี้ยงดูอยู่ที่มาตรา 1564 ซึ่งกำหนดให้บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ และต้องดูแลบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วเฉพาะกรณีทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ค่าเลี้ยงดูที่กำหนดไว้แล้ว ขอเปลี่ยนแปลงภายหลังได้หรือไม่ได้ ตามมาตรา 1598/39 เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจสั่งเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้ จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ตรึงอยู่ตลอดไปหากชีวิตเปลี่ยนส่วนหลักทั่วไปในการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1598/38 ระบุว่าเรียกได้เมื่อฝ่ายที่ควรได้รับไม่ได้รับหรือได้รับไม่เพียงพอแก่อัตภาพ และศาลจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ให้ ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณีค่าเลี้ยงชีพต่างจากค่าทดแทนตรงไหน และขอพร้อมกันได้ไหมต่างกันที่ฐานของสิทธิ ค่าทดแทนมาจากเหตุชู้ตามมาตรา 1523 ส่วนค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ใช้กรณีที่เหตุหย่าเป็นความผิดของฝ่ายเดียว และการหย่านั้นทำให้อีกฝ่ายยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอ จึงขอค่าเลี้ยงชีพได้ โดยศาลจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ ทั้งสองเรื่องอาจขอในคดีเดียวกันได้หากเข้าเงื่อนไขทั้งคู่การขอทั้งสองฐานพร้อมกันจึงทำได้ แต่ต้องแยกข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ชัด เพราะศาลจะพิจารณาแต่ละฐานด้วยเกณฑ์ที่แตกต่างกันคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่าและค่าทดแทนถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายตกลงหย่าให้ แต่ไม่ยอมจ่ายค่าทดแทน ทำได้ไหมการหย่าโดยความยินยอมตามมาตรา 1514 ต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน และตามมาตรา 1515 จะสมบูรณ์ต่อเมื่อจดทะเบียนการหย่าแล้ว ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 เป็นสิทธิที่ใช้กับการหย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ซึ่งโดยมากเป็นคดีฟ้องหย่าต่อศาล หากประสงค์จะได้ค่าทดแทนควรปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของตัวเองต้องรอให้หย่าถึงที่สุดก่อนหรือไม่ จึงจะเรียกค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1531 การหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงมักผูกกับช่วงเวลานั้น การดำเนินคดีมักฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนไปในคดีเดียวกัน แทนที่จะแยกฟ้องภายหลังคดีหย่ามีผลต่อสินสมรสอย่างไรตามมาตรา 1532–1533 เมื่อหย่าให้แบ่งสินสมรสให้แต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน การหย่าโดยความยินยอมแบ่งตามที่มีอยู่ ณ เวลาจดทะเบียนหย่า ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษา คำพิพากษาส่วนที่บังคับทรัพย์สินมีผลย้อนถึงวันฟ้องหย่า จึงควรเตรียมข้อมูลทรัพย์สินให้พร้อมตั้งแต่ต้นถ้าอีกฝ่ายรู้เห็นเป็นใจเรื่องชู้ จะเรียกค่าทดแทนได้ไหมมาตรา 1523 ระบุชัดว่าถ้ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ เพราะถือว่าฝ่ายนั้นไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากการถูกปิดบังหรือถูกทำให้เสื่อมเสียจากพฤติกรรมดังกล่าว ทนายดี ควรปรึกษาทนายความก่อนฟ้องหรือไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะการเลือกเหตุหย่าและฐานของสิทธิที่จะเรียกมีผลต่อพยานหลักฐานและอายุความที่ต้องยื่นภายในหนึ่งปีตามมาตรา 1529 การปรึกษาแต่เนิ่นๆ ช่วยให้วางแผนคดีได้รอบคอบขึ้นหมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เห็นภาพรวมของกฎหมาย ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ หากมีข้อเท็จจริงของตัวเอง ควรปรึกษาทนายความเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับกรณีนั้นจริงๆ
livertree61's resumes
No matching resumes found.


